4 ขั้นตอนสำหรับสร้างระบบเครือข่ายไร้สาย

    1. เลือกอุปกรณ์ระบบไร้สาย
    2. เชื่อมต่อราวเตอร์ไร้สาย
    3. ปรับแต่งตัวแรเตอร์ไร้สาย
    4. เชื่อต่อคอมพิวเตอร์ของคุณ

ถ้าหากคุณเป็นผู้ใช้ Windows XP คุณไม่จำเป็นต้องมี Windows XP Service Pack 2 เพื่อใช้รองรับการทำงานของระบบเครือข่ายไร้สายแต่อย่างใด แต่ถ้าหากคุณมี SP2 มันจะช่วยให้งานต่างๆง่ายขึ้นอย่างมาก นอกจากนั้น Service Pack 2 ยังช่วยปกป้องคุณจากแฮกเกอร์ เวิร์ม และผู้บุกรุกอื่นๆจากอินเทอร์เน็ตได้ด้วย วิธีการติดตั้ง Service Pack 2 ให้เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Protect Your PC

1.เลือกอุปกรณ์ระบบเครือข่ายไร้สาย
ขั้นตอนแรกก็คือตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีอุปกรณ์ต่างๆที่คุณจำเป็นต้องใช้แล้ว โดยในขณะที่คุณเลือกซื้ออุปกรณ์จากร้านค้าหรืออินเทอร์เน็ต คุณอาจสังเกตเห็นว่าคุณสามารถเลือกอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานกับเทคโนโลยีระบบเครือข่ายไร้สายที่แตกต่างกัน 3 ชนิดก็คือ 802.11a, 802.11b และ 802.11g เราขอแนะนำให้คุณเลือกเทคโนโลยี 802.11g เนื่องจากมันมีประสิทธิภาพที่ดีมาก แถมยังคอมแพตทิเบิลกับอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดด้วย

 

รายการสิ่งของที่จำเป็นต้องซื้อ

  • ระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตแบบบอร์ดแบนด์
  • ราวเตอร์ไร้สาย
  • คอมพิวเตอร์ที่มีการติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายในตัวหรือติดตั้งอะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายลงไปได้
  • ราวเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สาย

ราวเตอร์ชนิดนี้แปลงสัญญาณที่ได้รับมาจากระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ต ให้อยู่ในสภาพของการส่งสัญญาณแบบไร้สาย เหมือนกับตัวฐานของโทรศัพท์ไร้สาย คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณซื้อราวเตอร์ไร้สายมา ไม่ใช่จุดติดต่อไร้สาย

 

อะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สาย
อะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของคุณกับราวเตอร์ไร้สาย ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ คุณอาจมีระบบสื่อสารไร้สายในตัวเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นแบบนี้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้ออะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายอีก ถ้าหากคุณต้องการซื้ออะแดปเตอร์มาใส่กับพีซี คุณจำเป็นต้องซื้ออะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายแบบ USB ถ้าหากคุณมีโน้ตบุก คุณต้องซื้ออะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายในรูปของพีซีการ์ด คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณซื้ออะแดปเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ในระบบเครือข่ายแล้ว


หมายเหตุ: เพื่อช่วยให้การเซ็ตอัพง่ายขึ้น คุณควรเลือกอะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายซึ่งผลิตโดยผู้ค้ารายเดียวกับที่ผลิตราวเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สาย ตัวอย่างเช่นถ้าหากคุณเจอราวเตอร์ของบริษัท Linksys ในราคาที่คุณพอใจ คุณควรเลือกซื้ออะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายของผลิตภัณฑ์ Linksys ตามไปด้วย ถ้าหากคุณต้องการทำให้การชอปปิงของคุณง่ายขึ้นไปอีก คุณควรซื้ออุปกรณ์ชุดรวมอาทิเช่นอุปกรณ์ของบริษัท D-Link, Netgear, Linksys, Microsoft และ Buffalo เป็นต้น ถ้าหากคุณมีพีซี คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีพอร์ต USB เหลือสำหรับเสียบต่ออะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายไร้สายลงไปด้วย ถ้าหากคุณไม่มีพอร์ต USB เหลือ คุณต้องซื้อฮับเพื่อทำให้มีพอร์ต USB เพิ่มขึ้น

2.เชื่อมต่อราวเตอร์ไร้สาย
เนื่องจากคุณไม่อาจเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ชั่วคราว คุณควรพิมพ์คำสั่งในช่วงต่อไปเก็บเอาไว้ก่อนที่คุณจะทำอะไรต่อไป

ขั้นต่อมาเชื่อมต่อราวเตอร์ไร้สายกับโมเด็ม ซึ่งโมเด็มของคุณควรเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง จากนั้นหลังจากที่คุณเชื่อมต่อทุกอย่างกลับคืนแล้ว คอมพิวเตอร์ของคุณจะสื่อสารแบบไร้สายกับราวเตอร์ได้ จากนั้นราวเตอร์จะส่งการสื่อสารทุกอย่างผ่านโมเด็มไปยังอินเทอร์เน็ต

ขั้นต่อมาเชื่อมต่อราวเตอร์กับโมเด็ม

 

หมายเหตุ: คำสั่งด้านล่างใช้ได้กับราวเตอร์ไร้สายของ Linksys พอร์ตซึ่งติดอยู่ในราวเตอร์อาจจะติดป้ายที่แตกต่างกันออกไป และภาพที่เราแสดงอยู่นี้อาจจะแตกต่างจากราวเตอร์ของคุณเอง คุณต้องอ่านคู่มือที่ให้มาพร้อมกับตัวอุปกรณ์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

  • ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อโดยตรงกับโมเด็มอยู่แล้ว ให้ถอดสายเคเบิลระบบเครือข่ายออกจากด้านหลังของคอมพิวเตอร์ แล้วต่อสายไปยังพอร์ตที่เขียนว่า Internet, WAN หรือ WLAN ซึ่งอยู่ด้านหลังราวเตอร์

  • ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณยังไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ให้คุณเสียบต่อปลายด้านหนึ่งของเคเบิลระบบเครือข่าย (ซึ่งให้มาพร้อมกับราวเตอร์) ไปยังโมเด็ม แล้วเสียบต่อปลายสายอีกด้านหนึ่งไปยังพอร์ต Internet, WAN หรือ WLAN ที่อยู่ด้านหลังราวเตอร์ไร้สาย

  • ถ้าหากในตอนนี้คุณมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับราวเตอร์อยู่แล้ว ให้ถอดสายเคเบิลที่เชื่อมต่อกับพอร์ต Internet, WAN หรือ WLAN จากราวเตอร์ปัจจุบันที่คุณใช้อยู่ออก จากนั้นเสียบต่อสายเคเบิลไปยังพอร์ต Internet, WAN หรือ WLAN ของราวเตอร์ไร้สาย จากนั้นถอดสายเคเบิลระบบเครือข่ายเส้นอื่นๆ เพื่อนำไปเสียบต่อยังพอร์ตที่เหลือของราวเตอร์ไร้สาย คุณไม่จำเป็นต้องใช้ราวเตอร์ที่มีอยู่เดิมอีกต่อไป เนื่องจากราวเตอร์ไร้สายตัวใหม่จะมาทำงานแทนแล้ว

3.ปรับแต่งตัวแปรของราวเตอร์ไร้สาย 

ใช้เคเบิลระบบเครือข่ายซึ่งให้มาพร้อมกับราวเตอร์ไร้สายของคุณ เพื่อช่วยให้คุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับพอร์ตที่ร่างในราวเตอร์ไร้สายได้ได้ชั่วคราว (พอร์ตใดๆก็ได้ที่ไม่ได้ติดป้ายว่า Internet, WAN หรือ WLAN) ถ้าหากจำเป็น คุณสามารถเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา จากนั้นคอมพิวเตอร์น่าจะเชื่อมต่อกับราวเตอร์ได้โดยอัตโนมัติ

ขั้นต่อมา เปิด Internet Explorer ขึ้นมาแล้วพิมพ์แอดเดรส เพื่อปรับแต่งตัวแปรของราวเตอร์

ระบบอาจจะขอให้คุณใส่รหัสผ่านลงไป แอดเดรสและรหัสผ่านที่คุณใช้จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทของราวเตอร์ที่คุณใช้อยู่ ดังนั้นคุณควรอ่านคำสั่งที่ให้มาพร้อมกับราวเตอร์โดยละเอียด

ตารางด้านล่างใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อแสดงแอดเดรส ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านของผู้ผลิตราวเตอร์พื้นฐานบางราย


Router Address Username Password
3Com http://192.168.1.1 admin admin
D-Link http://192.168.0.1 admin  
Linksys http://192.168.1.1 admin admin
Microsoft Broadband http://192.168.2.1 admin admin
Netgear http://192.168.0.1 admin Password

Internet Explorer จะแสดงเพจปรับแต่งตัวแปรของราวเตอร์ การใช้ตัวแปรเริ่มต้นปกติก็น่าจะใช้ได้แล้ว แต่คุณควรปรับแต่งตัวแปร 3 อย่างดังนี้

1.ชื่อระบบเครือข่ายไร้สายของคุณเอง (ปกติก็คือ SSID) ชื่อนี้ใช้แยกแยะระบบเครือข่ายของคุณเอง คุณควรตั้งชื่อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เพื่อนบ้านของคุณไม่ได้ใช้อยู่

2.ระบบ Wireless encryption (WEP) หรือ Wi-Fi Protected Access (WPA) จะช่วยปกป้องระบบเครือข่ายไร้สายของคุณได้ ซึ่งราวเตอร์ส่วนใหญ่จะกำหนดให้คุณใส่รหัสผ่านที่ราวเตอร์จะนำไปใช้เพื่อสร้างคีย์หลายๆชนิดขึ้นมา คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารหัสผ่านมีความยาวมากพอจะไม่ซ้ำใคร (คุณไม่จำเป็นต้องจำรหัสผ่านดังกล่าว)
 

3.รหัสผ่านสำหรับผู้ดูแลระบบ ซึ่งใช้ควบคุมระบบเครือข่ายแบบไร้สายของคุณเอง สิ่งที่เหมือนกับรหัสผ่านอื่นๆ ก็คือคำๆนั้นไม่ควรเป็นคำที่คุณเจอในพจนานุกรม และควรเป็นการผสมผสานระหว่างตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่างๆ คุณต้องจำรหัสผ่านนี้ให้ได้ เนื่องจากคุณจำเป็นต้องใช้รหัสผ่านดังกล่าว เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวแปรของราวเตอร์ในอนาคต

ขั้นตอนที่ใช้ปรับแต่งตัวแปรเหล่านี้จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทของราวเตอร์ที่คุณใช้อยู่ ซึ่งหลังจากที่คุณปรับแต่งตัวแปรเสร็จแล้ว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณคลิก Save Setting, Apply หรือ OK เพื่อเซฟการเปลี่ยนแปลงเอาไว้แล้ว

ในตอนนี้คุณสามารถถอดสายเคเบิลระบบเครือข่ายออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้แล้ว

4.เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณ
ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีบริการระบบเครือข่ายไร้สายในตัว คุณต้องเสียบต่ออะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายเข้าหาพอร์ต USB จากนั้นติดตั้งเสาอากาศลงไปด้านบนสุดของคอมพิวเตอร์ (ในกรณีของพีซี) หรือใส่อะแดปเตอร์ระบบเครือข่ายลงไปในสล็อทพีซีการ์ดที่ว่าง (ในกรณีของโน้ตบุก) Windows XP จะแยกแยะอะแดปเตอร์ใหม่ให้โดยอัตโนมัติ และอาจจะขอให้คุณใส่ซีดีซึ่งให้มาพร้อมกับอะแดปเตอร์ของคุณด้วย คำสั่งบนหน้าจอจะแนะนำวิธีการปรับแต่งตัวแปรให้เอง

 

หมายเหตุ: ขั้นตอนด้านล่างใช้สำหรับผู้ที่ใช้ Windows XP Service Pack 2 เท่านั้น ถ้าหากคุณใช้ Windows XP และยังไม่มี Service Pack 2 ให้เสียบต่อคอมพิวเตอร์กับราวเตอร์ไร้สาย จากนั้นทำการดาวน์โหลดและติดตั้ง Service Pack 2 จากเว็บไซต์ Protect Your PC


 

Windows XP ควรแสดงไอคอนพร้อมแจ้งให้ทาบว่าเจอระบบเครือข่ายไร้สายแล้ว

 

ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้เพื่อเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับระบบเครือข่ายไร้สาย

1.คลิกเม้าส์ปุ่มขวาที่ไอคอนระบบเครือข่ายไร้สาย ไอคอนนี้อยู่ตรงมุมขวาล่างของหน้าจอ จากนั้นคลิกที่ View Available Wireless Networks ถ้าหากคุณเจอปัญหาใดๆ ให้คุณอ่านคู่มือที่ให้มาพร้อมกับอะแดปเตอร์ระบบเครือข่าย หรือโทรหาฝ่ายบริการทางด้านเทคนิคก็ได้

2.วินโดวส์ Wireless Network Connection น่าจะโผล่ขึ้นมา และคุณควรมองเห็นรายการบ้านระบบเครือข่ายไร้สายแสดงขึ้นมาพร้อมกับรายชื่อระบบเครือข่ายที่คุณเลือกเอาไว้ ถ้าหากคุณมองไม่เห็นชื่อระบบเครือข่ายของคุณเอง คลิก Refresh network list ซึ่งอยู่บริเวณมุมซ้ายบน คลิกชื่อระบบเครือข่ายของคุณ จากนั้นคลิก Connect ซึ่งอยู่ที่มุมขวาล่าง

 

3.Windows XP จะขอให้คุณใส่รหัส ให้คุณพิมพ์รหัสผ่านที่คุณใส่ไปก่อนหน้านี้ในกรอบ Network key และ Confirm network key จากนั้นคลิก Connect

4.Windows XP  จะแสดงสถานภาพขณะที่มันเชื่อมต่อไปยังระบบเครือข่ายของคุณ หลังจากที่คุณเชื่อมต่อได้แล้ว ให้คุณปิดวินโดวส์ Wireless Network Connection ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน

หมายเหตุ: ถ้าหากวินโดวส์ Wireless Network Connection ยังค้างอยู่แล้วขอให้คุณใส่ Acquiring Network Address นั่นหมายความว่าคุณใส่รหัสผ่านผิด

edit @ 14 Jul 2008 15:15:19 by ++*-*นู๋ออย*-*++

edit @ 16 Jul 2008 17:37:05 by ++*-*นู๋ออย*-*++

แปลงพีซีเป็นสุดยอดอุปกรณ์เล่นเกม

การอัพเกรดต่างๆซึ่งเราจะแนะนำในช่วงต่อไปนี้จะช่วยแปลงคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับเล่นเกมได้


กฎพื้นฐานในหมู่ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ก็คือ ถ้าหากคอมพิวเตอร์มีอายุต่ำกว่า 3 ปี โดยใช้ซีพียูเพนเทียม III หรือเท่าเทียมกันที่มีความเร็วอย่างต่ำ 1 GHz คุณจะมีโอกาสอัพเกรดอุปกรณ์ได้เพียงไม่กี่ชนิดเพื่อยืดอายุของคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ อย่างไรก็ตามถ้าหากคอมพิวเตอร์เก่ากว่า 3 ปี การซื้อเครื่องใหม่ไปเลยจะเสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่า


ถ้าหากคุณปฏิบัติตามคำแนะนำของเรา คุณก็จะสามารถสร้างอุปกรณ์เล่นเกมชั้นยอดได้โดยมีการอัพเกรดเพียงไม่กี่รายการเท่านั้น ถ้าหากเทคนิคต่างๆที่เราแนะนำฟังดูยากเกินไป คุณควรนำคอมพิวเตอร์ไปที่ร้านแล้วปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆให้คุณเอง หมายเหตุ: คำแนะนำเหล่านี้ใช้กับพีซีเท่านั้น การอัพเกรดโน้ตบุกควรเป็นงานของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และคุณควรอ่านคำสั่งที่ให้มาพร้อมกับตัวผลิตภัณฑ์เสมอก่อนที่จะทำอะไรบางอย่างกับพีซีของคุณเอง


อัพเกรดวิดีโอการ์ด
วิดีโอการ์ด (ที่ให้มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องอยู่แล้ว) มีหน้าที่แสดงผลภาพ 2D และ 3D ภายในคอมพิวเตอร์ของคุณ นักเล่นเกมส่วนใหญ่เลือกที่จะอัพเกรดวิดีโอการ์ดเนื่องจากเกมรุ่นล่าสุดต้องการเมมโมรีจำนวนมากในการ์ดวิดีโอ เมมโมรีพวกนี้มักเรียกว่า VRAM หรือ Video RAM นั่นเอง


ในปัจจุบันเกมส่วนใหญ่ต้องการวิดีโอการ์ดซึ่งมี VRAM อย่างน้อย 32 MB (เมกาไบต์) ส่วนเกมรุ่นเก่าๆบางชนิดต้องการ VRAM แค่ 8 MB หรือ 16 MB เท่านั้นก็มี ส่วนเกมรุ่นใหม่ๆอาจต้องการ VRAM มากถึง 64 MB หรือ 128 MB ก็เป็นได้


ถ้าหากต้องการดูว่าวิดีโอการ์ดของคุณมี RAM มากน้อยเพียงใด ให้คุณคลิกเม้าสปุ่มขวาตรงจุดใดก็ได้ในหน้าจอเดสก์ทอป แล้วเลือก Properties คลิกที่หัวข้อ Setting จากนั้นกดที่ปุ่ม Advanced ตรวจดูในหัวข้อ Adapter เพื่อดูว่าวิดีโอการ์ดมีเมมโมรีมากน้อยเพียงใด


ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อและติดตั้งวิดีโอการ์ดอันใหม่ ผู้ใช้จำเป็นต้องตรวจดูว่าใช้สล็อท AGP หรือ PCI กับวิดีโอการ์ดที่มีอยู่ในปัจจุบัน วิธีการก็คือปิดพีซีแล้วถอดสายไฟออก เปิดฝาครอบพีซี แล้วค้นหาการ์ดวิดีโอที่มีอยู่แถวส่วนที่เป็นบริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง สล็อท PCI ปกติมักมีสีขาวและพีซีของคุณมักจะมีสล็อทแบบนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่สล็อท AGP มักมีสีดำ เทา หรือน้ำตาล และติดตั้งเยื้องไปทางด้านหลังมากกว่า แถมยังมักมีจำนวนน้อยกว่าด้วย


ถ้าหากต้องการใส่วิดีโอการ์ดด้วยตนเอง คุณสามารถเข้าไปอ่านคำแนะนำได้จากเว็บไซต์ Microsoft Windows XP ได้


วิดีโอการ์ดมักจำหน่ายในราคาตั้งแต่ 90 ถึง 800 ดอลลาร์ขึ้นอยู่กับจำนวนของ VRAM และคุณสมบัติเฉพาะบางอย่าง (อาทิเช่นคุณสมบัติในการชมและบันทึกวิดีโอในคอมพิวเตอร์) ตัวอย่างของการ์ดระดับเริ่มต้นใช้งานคุณภาพดีอาทิ ATI Radeon 9200 AGP ซึ่งมี VRAM อยู่ 128 MB จำหน่ายในราคา 150 ดอลลาร์ คุณสามารถหาซื้อการ์ดแบบนี้ได้ตามร้านขายคอมพิวเตอร์ทั่วไป


ท้ายสุด คุณต้องดาวน์โหลดไดรเวอร์ DirectX รุ่นล่าสุดที่แจกฟรีมาใช้ด้วย ไดรเวอร์รุ่นล่าสุดคือ DirectX 9.0c ถูกออกแบบมาสำหรับมัลติมีเดียแอพพลิเคชัน (อาทิเช่นเกมในพีซี) ให้ทำงานได้อย่างลื่นไหลและรวดเร็วมากขึ้น


เพิ่มเมมโมรีให้มากขึ้น
RAM (หรือ Random Access Memory) จะช่วยทำให้ความเร็วของเกม แอพพลิเคชัน และประสิทธิภาพโดยรวมของ Windows ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่แตกต่างจากพื้นที่ในฮาร์ดไดร์ฟก็คือ คุณไม่อาจใช้ RAM จนหมดได้ แม้คุณจะติดตั้งเกมจำนวนมากลงไปก็ตาม เมมโมรีเข้ามาช่วยเรื่องของความเร็วและประสิทธิภาพเป็นหลัก


เกมคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆส่วนมากต้องการ RAM อย่างต่ำ 128 MB แต่การที่ RAM มีราคาลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณมี RAM 512 MB เพื่อรองรับศูนย์เล่นเกมของคุณเอง


ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อเมมโมรีเพิ่มขึ้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมี RAM อยู่แล้วมากน้อยเพียงใด ให้คุณเข้าไปในเมนู Start แล้วเลือก Settings ตามด้วย Control Panel จากนั้นคุณต้องเลือก System ตามด้วยหัวข้อ General แม้ว่าการเพิ่ม RAM ถือเป็นเรื่องง่ายก็ตาม แต่คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีมาตรการป้องกันไฟฟ้าสถิตย์แล้ว ด้วยเหตุนี้คุณควรหาเพื่อนที่มีประสบการณ์มาช่วยเปลี่ยน RAM หรือนำพีซีไปให้ร้านคอมพิวเตอร์เปลี่ยนให้จะดีกว่า


ปรับแต่งการ์ดเสียงและอุปกรณ์ต่อพ่วง
นักเล่นเกมอาจต้องการอัพเกรดการ์ดเสียงของตนด้วยเช่นกัน เกมบางชนิดอาทิที่อยู่ในแผ่น DVD มักจะรองรับการทำงานของระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 5.1 ด้วย โดยที่แทร็กเสียงจะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน 5 ชนิดไปยังลำโพง 5 ตัว ส่วน .1 (อ่านว่าจุดหนึ่ง) สงวนเอาไว้สำหรับซับวูบเฟอร์ ซึ่งเอาไว้ให้เสียงเบสระดับต่ำสุด


การ์ดเสียงรุ่นใหม่ๆมีราคาระหว่าง 50 ถึง 350 ดอลลาร์ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่อยู่ในการ์ด คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ซื้อในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะมีการ์ดเสียงติดตั้งเอาไว้ให้แล้ว ถ้าหากคุณได้ยินเสียงมาจากคอมพิวเตอร์ของคุณ นั่นหมายความว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีการ์ดเสียงแล้ว ให้คุณเข้าไปในเว็บไซต์ Windows XP เพื่ออ่านวิธีการติดตั้งการ์ดเสียงใหม่ได้


อุปกรณ์ต่อพ่วงก็ถือเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเล่นเกมเช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ประกอบด้วยลำโพง และหูฟัง เพื่อที่นักเล่นเกมจะใช้พูดคุยกับนักเล่นเกมคนอื่นๆทางอินเทอร์เน็ต และไมโครโฟนพิเศษสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะเป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆที่ได้รับความนิยมเช่นกันก็คือแกนบังคับการบิน พวงมาลัย และเกมแพ็ดเป็นต้น

 

วิธีการใช้โปรแกรม DOS เบื้องต้น

         

เปิดโปรแกรม DOS โดยไปที่  start → run → พิมพ์ cmd แล้วกด OK

จะปรากฏโปรมแกรมขึ้นมาหน้าตาแบบนี้

 

1.    ทำการย้ายตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันไปยัง  dive c:  พิมพ์  cd  c:\  แล้วกด Enter 

ตำแหน่งที่ตั้งจะย้ายจาก   c:\Documents and settings\Administrator  ไปที่  c:\

 

2. ทำการสร้างไดเร็คทอรีที่ 1 ชื่อ folder1 โดยการพิมพ์  md folder1 แล้วกด Enter

 

3. ทำการสร้างไดเร็คทอรีที่2 ชื่อ folder2 โดยการพิมพ์ md folder2 แล้วกด Enter

4. สร้างไฟล์นามสกุล .txt โดยการพิมพ์ edit ที่อยู่ไฟล์\ชื่อไฟล์.txt  เช่น

edit c:\folder1\test.txt    เมื่อเข้ามาอยู่ในหน้าต่างไฟล์ ดังรูป แล้วให้พิมพ์ข้อมูลลงไป

5. สั่งให้แสดงข้อมูลในไฟล์ .txt โดยพิมพ์ type ตามด้วยที่อยู่ไฟล์

   type c:\folder1\test.txt

 

6. ทำการย้ายจากไดเร็คทอรี 1 เข้าไปในไดเร็คทอรี 2 โดยการพิมพ์ move ตามด้วยที่อยู่ไฟล์ที่จะย้าย  ที่อยู่ไฟล์ใหม่        

move c:\folder1 c:\folder 2\     จะได้ผลลัพธ์ดังรูป

           ไดเร็คทอรี 1 จะเข้าไปอยู่ในไดเร็คทอรี 2 พร้อมไฟล์ .txt ข้างในด้วยทันที  ดังรูป

 

edit @ 5 Jul 2008 21:59:12 by ++*-*นู๋ออย*-*++

edit @ 5 Jul 2008 22:03:46 by ++*-*นู๋ออย*-*++